การนับคลื่น .. แบบง่ายๆ
ปรับค่า RSI(14) .. เป็น RSI(5)
เพื่อให้เห็น .. "สภาวะอารมณ์ของตลาด" ที่กำลังเกิด "สภาวะซื้อเกิน : Overbought หรือ สภาวะขายเกิน : Oversold" ได้ชัดเจนขึ้น

จากกราฟ : จะเห็น "ความแตกต่าง" ระหว่างการใช้ RSI(14) กับ RSI(5)
ทั้งนี้ .. การใช้ RSI(5) โดยมีจุดประสงค์ "เพื่อใช้ในการนับคลื่น .. ได้ง่ายขึ้น"
หลักของการนับคลื่น .. โดยใช้ RSI .. คือ
1. RSI จะแสดง "ยอดคลื่นสูงที่สุด" ใน "คลื่น 3 .. ขาขึ้น" (ในบรรดา .. คลื่นส่ง : 1-3-5)
2. RSI จะแสดง "ยอดคลื่นสูงที่สุด" ใน "คลื่น b .. ขาลง" (ในบรรดา .. คลื่นปรับตัว : a-b-c-)เมื่อเราเข้าใจ "หลักการหา คลื่น 3 และคลื่น b" แล้ว
ลองมองดูบนกราฟ .. RSI(5) มียอดคลื่นตรงไหน .. ที่เป็น ระดับยอดคลื่นที่สูงที่สุด
เมื่อเจอ "คลื่น 3 .. ขาขึ้น" แล้ว จึงย้อนกลับไปหา .. "จุดเริ่มต้น" .. ของ "คลื่น 1 หรือ ขา c" ของรอบคลื่น / Cycle ก่อนหน้า
เมื่อเจอ "คลื่น b .. ขาลง" เราก็เตรียมตัว .. ที่จะเข้าเก็บ หรือเตรียมวางราคาซื้อ ( Long-open ) .. เพราะใกล้จะเจอ คลื่น c แล้ว
การดูคลื่น :
1. ในวงกลมสีม่วง .. แสดงยอด RSI(5) สูงสุด (ในขาขึ้น) คือ .. "คลื่น 3"
2. ในวงกลมสีฟ้า .. แสดงยอด RSI(5) สูงสุด (ในขาลง) คือ .. "คลื่น b"
* เมื่อเราทราบ .. "ลำดับของคลื่น" :
เราสามารถใช้ .. "Fibonacci Number" ในการหา "ราคาเป้าหมาย" .. "แต่ละคลื่น" .. ได้ต่อไป
http://jan-room.blogspot.com/2009/05/fibo-elliot-wave.html การดูสัญญาณ "การกลับตัว : Divergence"( Divergence : การแสดงความแตกต่าง/ขัดแย้ง .. ของ "ราคากับสัญญาณ" ที่ไม่ไปทางเดียวกัน )
1. ในแนวโน้ม .. "ขาลง" เมื่อราคาลงมาปรับฐาน .. ทำคลื่น a-b-c
ราคาจะปรับตัวลดลงเรื่อยๆ แต่ถ้าสัญญาณ RSI .. ไม่ลงตาม (เช่น ทำ Double Bottom หรือ ยกตัวสูงขึ้น)
จะแสดง "อารมณ์ของตลาด" .. ที่ใกล้จะมี "การกลับตัว .. เปลี่ยนแนวโน้ม" จาก "ขาลง" .. เป็น "ขาขึ้น"
(หมายเลข 1) เพราะหมายถึง .. "ราคาถูกลงมากแล้ว" และมีคนรอซื้อ (Long) .. มากกว่า รอขาย (Short)
[
Demand > Supply : เมื่อมีความต้องการซื้อมากกว่าขาย .. ราคาจึงขยับตัวสูงขึ้น ]
2. ในแนวโน้ม .. "ขาขึ้น" เมื่อราคาขยับขึ้นไปเข้าเขต Overbought .. ซี่งเป็นการแสดง ระดับราคาที่แพงขึ้น
ราคาจะสูงขึ้นเรื่อยๆ .. แต่สัญญาณ RSI . .ไม่ขึ้นตาม ( เช่น กลับปรับตัวลดลง หรือทำ Double Top)
จะแสดง "อารมณ์ของตลาด" .. ที่ใกล้จะมี "การกลับตัว .. เปลี่ยนแนวโน้ม" จาก "ขาขึ้น" .. เป็น "ขาลง"
(หมายเลข 2&3) เพราะหมายถึง .. "ราคาแพงมากเกินไปแล้ว" และมีคนรอขาย (Short) .. มากกว่า รอซื้อ (Long)
[
Supply > Demand : เมื่อมีคนรอขายมากกว่าซื้อ และเพื่อให้ขายได้(ก่อนคนอื่น) .. จึงต้องลดราคาลงมา ]
* ใครมี MT4 .. ลองหัดนับคลื่น จากกราฟย้อนหลังดูนะครับ
ถ้านับคลื่นหรือดูคลื่นเป็น .. ก็วางแผนการลงทุนได้ง่ายและมีความมั่นใจได้มากขึ้นครับ